หากคุณอยากได้เงินโปรดดูความสัมพันธ์ที่ไม่ธรรมดาระหว่างสโมสร – บุนเดสลีกา 2

 

มีหลายทีมสร้างพันธมิตรเชิงกลยุทธ์เนื่องจากเหตุผลทางภูมิศาสตร์การ ยืมผู้เล่นหรือเหตุผลในการซื้อขายนักเตะ ทีม A แพ้ทีม B บ่อยครั้งเนื่องจากทีม B มีความสัมพันธ์กับทีม A  ทีมพี่ใหญ่แพ้ให้ทีมพี่น้องและทีมพี่น้องเล่นเต็มๆกับคู่แข่งของทีมพี่ใหญ่ ปรากฏการณ์นี้พบบ่อยในลีกฟุตบอลทั่วโลกโดยเฉพาะอย่างยิ่งฤดูกาลนี้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 การเปลี่ยนแปลงทางร่างกายและจิตใจของผู้เล่นมันจะสูงขึ้น

วันนี้ luckscore.com สรุป 3 คู่มาให้พี่น้องนะ พี่น้องเอาใจใส่เป็นพิเศษไปเลย

1. โฮลสไตน์ คีล vs ดาร์มสตัดท์ (ฤดูกาล 2018-2019)
รอบที่ 2 โฮลสไตน์ คีล 1-1 ไฮน์เดนเฮลม์ →รอบที่ 4  ไฮน์เดนเฮลม์  0-1 ดาร์มสตัดท์

รอบที่ 5 กรอยเธอร์ เฟือร์ธ  4-1 โฮลสไตน์ คีล→รอบที่ 11 ดาร์มสตัดท์ 2-0 กรอยเธอร์ เฟือร์ธ

รอบที่ 8  โฮลสไตน์ คีล 4-2 ดาร์มสตัดท์→รอบที่ 25 ดาร์มสตัดท์ 3-2 โฮลสไตน์ คีล

รอบที่ 9 แอร์ซเกเบียร์เก้ เอา  2-1 โฮลสไตน์ คีล→รอบที่ 17 แอร์ซเกเบียร์เก้ เอา  2-2 ดาร์มสตัดท์

2. ซังค์ เพาลี vs แอร์ซเกเบียร์เก้ เอา  ฤดูกาล 2018-2019
รอบที่ 3 ยูเนี่ยน เบอร์ลิน 4-1 ซังค์ เพาลี →รอบที่ 18 แอร์ซเกเบียร์เก้ เอา  3-0 ยูเนี่ยน เบอร์ลิน

รอบที่ 5 แอร์ซเกเบียร์เก้ เอา  3-1 ซังค์ เพาลี →รอบที่ 22 ซังค์ เพาลี  1-2 แอร์ซเกเบียร์เก้ เอา

รอบที่ 9 แอร์ซเกเบียร์เก้ เอา  2-1 โฮลสไตน์ คีล→รอบที่ 11 ซังค์ เพาลี  0-1 โฮลสไตน์ คีล

รอบที่ 24 SV แซนด์เฮาเซ่น  0-3 แอร์ซเกเบียร์เก้ เอา →รอบที่ 26 SV แซนด์เฮาเซ่น  4-0 ซังค์ เพาลี

รอบที่ 31 แอร์ซเกเบียร์เก้ เอา  3-2 โบคุ่ม →รอบที่ 33 ซังค์ เพาลี  0-0 โบคุ่ม

3. โบคุ่ม vs อาร์มีเนีย บีเลเฟลด์  ฤดูกาล 2018-2019
รอบแรก ไฮน์เดนเฮลม์  1-1 อาร์มีเนีย บีเลเฟลด์ →รอบที่ 8 ไฮน์เดนเฮลม์  3-2 โบคุ่ม

รอบที่ 2 อาร์มีเนีย บีเลเฟลด์ 2-1 ดินาโม เดรสเดน →รอบที่ 7 โบคุ่ม  0-1 ดินาโม เดรสเดน

รอบที่ 4 อาร์มีเนีย บีเลเฟลด์ 5-3 SSV จอห์น เรเกนเบิร์ก →รอบที่ 11 โบคุ่ม  3-3 SSV จอห์น เรเกนเบิร์ก

รอบที่ 9 โบคุ่ม  1-0 อาร์มีเนีย บีเลเฟลด์ →รอบที่ 26 อาร์มีเนีย บีเลเฟลด์  3-1 โบคุ่ม

รอบที่ 23 โบคุ่ม  1-3 โฮลสไตน์ คีล→รอบที่ 34 อาร์มีเนีย บีเลเฟลด์  1-0 โฮลสไตน์ คีล

 

ต่อไปนี้จะมี 7 คู่ด้านล่างนี้ต้องเอาใจใส่เป็นพิเศษ

1.VfL ออสนาบรุ๊ค VS ฮันโนเวอร์ 96 (รอบที่ 27)

2.SSV จอห์น เรเกนเบิร์ก VS เนิร์นแบร์ก (รอบที่ 28)

3.โฮลสไตน์ คีล VS ฮัมบูร์ก (รอบที่ 30)

4.เนิร์นแบร์ก VS กรอยเธอร์ เฟือร์ธ (รอบที่ 31)

5.คาร์ลสรูห์ VS สตุ๊ตการ์ต (รอบที่ 31)

6.สตุ๊ตการ์ต VSSV แซนด์เฮาเซ่น (รอบที่ 32)

7.ดาร์มสตัดท์ VS SV เวเฮน เวียสบาเดน (รอบที่ 33)

ทั้งนี้ สถานการณ์บนตารางคะแนนล่าสุดของบุนเดสลีกา 2 ทีมที่นำจ่าฝูงคือ อาร์มีเนีย บีเลเฟลด์ โดยมีแต้มนำหน้า สตุ๊ตการ์ต 6 แต้ม และเหลือโปรแกรมอีกทีมละ 9 นัดเท่ากัน  คลิก https://th.luckscore.com/standing.shtml#topmap เพื่อเข้าไปดูรายละเอียด

 

 

ตราหมีปวดใจ! ‘เปามาร์ค’รับประตูรามอสชิง UCL ล้ำหน้า



อดีตเชิ้ตดำคนดังของอังกฤษ ยอมรับ ประตูของ เซร์คิโอ รามอส ในเกมนัดชิงแชมเปี้ยนส์ลีก 2016 กับ แอต.มาดริด เป็นลูกล้ำหน้า

มาร์ค แคลทเทนเบิร์ก อดีตผู้ตัดสินมือหนึ่งของอังกฤษ ยอมรับ ประตูของ เซร์คิโอ รามอส กัปตันทีมเรอัล มาดริด ในนัดชิงชนะเลิศ ยูฟา แชมเปี้ยนส์ลีก ปี 2016 กับ แอต.มาดริด เป็นลูกล้ำหน้า

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในนาทีที่ 15 โทนี โครส เปิดลูกฟรีคิกเข้าไปในเขตโทษ แกเร็ธ เบล โหม่งเช็ดบอลเลยไปถึงรามอสล้มตัวชาร์จเข้าไป ซึ่งตอนนั้นยังไม่มี VAR ราชันชุดขาวจึงได้ประโยชน์ได้ประตูขึ้นนำ 1-0

"ในเกมนัดชิงวันนั้น เรอัล มาดริด ขึ้นนำ 1-0 ในครึ่งแรก แต่ประตูนั้นมีการล้ำหน้าเล็กน้อย ผมเพิ่งมารู้ตอนพักครึ่ง" แคลทเทนเบิร์ก เขียนผ่านคอลัมน์ใน Daily Mail

"มันเป็นการตัดสินที่ยาก และผู้ช่วยของผมก็พลาด"

ขณะเดียวกัน แคลทเทนเบิร์กยังเล่าถึงจังหวะเป่าจุดโทษให้กับทีมตราหมี จากจังหวะที่ เปเป้ ขัดขา เฟร์นันโด ตอร์เรส ด้วยว่า "ผมเป่าจุดโทษให้แอต.มาดริดในช่วงต้นครึ่งหลัง ในจังหวะที่เปเป้ทำฟาวล์ตอร์เรส"

"เปเป้โมโหมาก เขาพูดกับผมเป็นภาษาอังกฤษที่ชัดมากว่า ‘ไม่มีทางเป็นจุดโทษ มาร์ค’ "

"ผมจึงตอบกลับไปว่า ‘ประตูแรกของนายก็ไม่ควรได้’ มันทำให้เขาเงียบไปเลย"

อย่างไรก็ดี อองตวน กรีซมันน์ ยิงจุดโทษลูกนั้นไปชนคาน แต่แอต.มาดริดตามตีเสมอจนได้จาก ยานนิค การ์รัสโก้ ในนาทีที่ 79 ก่อนทั้งสองทีมจะเสมอกันใน 120 นาที 1-1 ต้องตัดสินแชมป์ด้วยการดวลจุดโทษ ผลปรากฎว่า เรอัล มาดริด ยิงแม่นกว่าเอาชนะไปด้วยสกอร์ 5-3

มัทเธอุสชี้ทำไมแวร์เนอร์ถึงยังไม่ควรซบลิเวอร์พูล

โลธาร์ มัทเธอุส ระบุ ติโม แวร์เนอร์ ยังไม่ควรรีบย้ายซบ ลิเวอร์พูล หลังจบซีซั่นนี้ เพราะเขาจะไม่ค่อยได้เป็นตัวจริงเท่าไหร่ในซีซั่นหน้าถ้าหากไปอยู่กับ "หงส์แดง" แต่ชี้ แวร์เนอร์ เป็นนักเตะที่เหมาะกับ ลิเวอร์พูล อย่างมาก และในอนาคตก็น่าจะได้ย้ายไปเล่นใน พรีเมียร์ลีก แน่นอน

    โลธาร์ มัทเธอุส ตำนานดาวเตะชาวเยอรมัน แสดงความเชื่อว่า ติโม แวร์เนอร์ กองหน้าคนเก่งของ แอร์เบ ไลป์ซิก สโมสรชั้นนำของศึก บุุนเดสลีกา เยอรมัน ยังไม่ควรจะย้ายไปอยู่กับ ลิเวอร์พูล หลังจบฤดูกาลนี้ เพราะเขาน่าจะยังไม่สามารถยึดตำแหน่งตัวจริงของ "หงส์แดง" ได้ ถ้าหากไปเล่นให้ ลิเวอร์พูล ในซีซั่นหน้า

    แวร์เนอร์ ทำผลงานได้โดดเด่นกับ ไลป์ซิก มาโดยตลอด จนทำให้เขาตกเป็นที่สนใจของ ลิเวอร์พูล ซึ่งเจ้าตัวก็เคยให้สัมภาษณ์ในเชิงที่แสดงให้เห็นว่าชื่นชอบ ลิเวอร์พูล และ เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมชาวเยอรมันอย่างมากด้วย จนทำให้ยอดทีมแห่งถิ่น แอนฟิลด์ ถูกยกเป็นตัวเต็งอันดับ 1 ที่จะได้ตัวเขาไปร่วมทัพ

    มัทเธอุส เผยว่า "ผมคิดว่า ติโม เป็นนักเตะที่เหมาะกับ ลิเวอร์พูล ทั้งด้านสภาพจิตใจและสไตล์การเล่น เขาเป็นคนที่เร็วมากๆ และมีร่างกายที่แข็งแกร่ง เขาขึ้นเกมอย่างรวดเร็ว และไม่ชอบเก็บบอลเอาไว้กับตัว ซึ่ง เจอร์เก้น คล็อปป์ ก็ชอบนักเตะที่ขึ้นเกมบุกอย่างรวดเร็ว และ แวร์เนอร์ ก็มีความเร็วที่ดี แต่เขาจำเป็นต้องได้ลงเล่นด้วย"

    "ที่ ไลป์ซิก เขาได้รับโอกาสลงเล่น เขายึดตำแหน่งในระบบของ ยูเลียน นาเกิลส์มันน์ ได้เรียบร้อย แต่ ลิเวอร์พูล เป็นหนึ่งในสโมสรที่ดีที่สุดของโลก พวกเขาไม่ได้แข็งแกร่งแค่เฉพาะใน พรีเมียร์ลีก เท่านั้น แต่ยังเป็นทีมที่แข็งแกร่งใน แชมเปี้ยนส์ ลีก ด้วย พวกเขามีนักเตะฝีเท้าดีมากๆ หลายคนอยู่ในทีม"

    "แน่นอนว่า แวร์เนอร์ สามารถเข้ากับที่ ลิเวอร์พูล ได้อย่างลงตัว แต่เขาชอบที่จะได้เล่นในเกมใหญ่ๆ และการที่เขาจะทำอย่างนั้นได้ (กับที่ ลิเวอร์พูล) มันก็หมายความว่าเขาจำเป็นต้องเขี่ยคนใดคนหนึ่งออกจากตัวจริงให้ได้ และนี่ผมกำลังพูดถึงนักเตะระดับ มาเน่, ซาลาห์ หรือ ฟีร์มีโน่ อยู่นะ ผมคิดว่าถ้าทั้ง 3 คนนี้ฟิตพอที่จะลงเล่นแล้วล่ะก็ แวร์เนอร์ ก็คงต้องตกเป็นตัวสำรองแน่ๆ และนั่นไม่ใช่เรื่องดีเลย เพราะเขาเป็นนักเตะที่อยากลงเล่นอยู่ตลอด"

    "ดังนั้นมันเลยอาจจะเป็นการดีกว่าถ้าเขาจะอยู่กับ ไลป์ซิก ต่อไปอีก 1 ฤดูกาล ยกตัวอย่างเช่นซีซั่นนี้เขาพัฒนาขึ้นมาเยอะมาก ผมไม่ได้หมายถึงแค่จำนวนประตูที่เขาทำได้เท่านั้น แต่ยังหมายถึงการเล่นโดยรวมด้วย เขาสามารถเป็นนักเตะของ ลิเวอร์พูล ในอนาคตได้ แต่เขาจะไม่มีความสุขแน่ๆ ถ้าต้องเป็นตัวสำรองในเกมใหญ่ๆ"

    "ด้วยเหตุนี้ ถ้าเกิดผมเป็นผู้จัดการทีมของเขาน่ะนะ ผมก็จะบอกให้เขาอยู่กับ ไลป์ซิก ต่อไปอีก 1 ปี และเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการเล่นให้ เยอรมนี ในศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ในปี 2021 ผมมั่นใจว่าเขาจะไม่อยู่กับ แอร์เบ ไลป์ซิก ไปจนแขวนสตั๊ดหรอก เขาจะได้เล่นใน พรีเมียร์ลีก ในเร็วๆ นี้แน่นอน แต่ผมก็แค่หวังว่ามันจะยังไม่ใช่ในซีซั่นหน้า"

สื่อแฉมูรินโญ่เหน็บกุนซือทีมอื่นสุดแสบ



เดอะ มิร์เรอร์ สื่อของอังกฤษ ตีข่าว โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือ สเปอร์ส อยากให้ลีกกลับมาเตะมากๆ จนถึงขั้นเหน็บแนมกลุ่มที่ยังลังเลเรื่องการกลับมาเตะในเร็วๆ นี้ว่าถ้ากลัวกันนักก็ควรจะนอนกระดิกเท้าดูเกม บุนเดสลีกา ไปแทน หลังจาก พรีเมียร์ลีก ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะกลับมาเตะกันเมื่อไหร่

    โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีม ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สโมสรดังแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กล่าวเหน็บแนมกุนซือของทีมร่วมลีกที่ยังไม่อยากให้ลีกสูงสุดของเมืองผู้ดีกลับมาเตะกันในเร็วๆ นี้ ตามรายงานของ เดอะ มิร์เรอร์ สื่อชื่อก้องของเมืองผู้ดี

    ไม่นานมานี้รัฐบาลของสหราชอาณาจักรอนุมัติให้กีฬาทุกชนิดกลับมาแข่งได้ตั้งแต่ช่วงเดือนมิถุนายนนี้เป็นต้นไป หลังจากรายการกีฬาต่างๆ ถูกสั่งพักไปนานเพราะปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งมันทำให้หลายคนมองว่า พรีเมียร์ลีก ใกล้ที่จะกลับมาเตะกันได้แล้ว

    อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการแข่งขันของ พรีเมียร์ลีก ก็ยังไม่ได้ข้อสรุปถึงเรื่องกำหนดการของวันที่จะกลับมาเตะกัน หรือที่เรียกว่า "โปรเจกต์ รีสตาร์ท" แบบชัดเจน โดยบางรายงานบอกว่ามันเตรียมจะกลับมาเตะกันในวันที่ 12 มิถุนายนนี้ ส่วนบางรายงานบอกว่าจะเป็นวันที่ 19 มิถุนายนนี้ ซึ่งเมื่อไม่นานมานี้กุนซือของ 20 ทีมใน พรีเมียร์ลีก ได้มาหารือกันในการประชุมของสมาคมผู้จัดการทีมแห่งประเทศอังกฤษ (แอลเอ็มเอ) เพื่อคุยกันว่าจะเอายังไงกันดี

    ทั้งนี้ เดอะ มิร์เรอร์ เผยว่าในการประชุมครั้งดังกล่าว มูรินโญ่, เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือ ลิเวอร์พูล และ คาร์โล อันเชลอตติ นายใหญ่ เอฟเวอร์ตัน แสดงความต้องการว่าอยากให้มันกลับมาแข่งกันโดยเร็ว ขณะที่ โจเซป กวาร์ดิโอล่า ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้, แฟร้งค์ แลมพาร์ด กุนซือ เชลซี, ไนเจล เพียร์สัน นายใหญ่ วัตฟอร์ด และ เกรแฮม พ็อตเตอร์ ผู้จัดการทีม ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน แสดงความกังวลว่ามันอาจจะยังเร็วเกินไปถ้าจะกลับมาเตะกันในเร็วๆ นี้

    เดอะ มิร์เรอร์ เสริมว่า ท่าทีของฝ่ายที่ลังเลเรื่องการกลับมาเตะกันนั้นทำให้ มูรินโญ่ ไม่พอใจอย่างมาก จนเหน็บแนมไปว่า "ถ้าพวกคุณไม่อยากนำทีมลงเล่น งั้นก็อยู่ที่บ้านแล้วนั่งดูเกม บุนเดสลีกา ไปก็แล้วกัน!" โดยศึก บุนเดสลีกา เยอรมัน เตรียมที่จะกลับมาเตะกันในวันที่ 16 พฤษภาคมนี้ ซึ่งถือว่าเป็นลีกดังของทวีปยุโรปลีกแรกที่กลับมาเตะกันหลังจากพักไปนาน

เผยบทสัมภาษณ์ฮาแลนด์หลังจบเกม ตอบแค่ 11 คำแล้วรีบเดินหนี

เออร์ลิง ฮาแลนด์ กองหน้าดาวรุ่งของ โบรุสเซียร์ ดอร์ทมุนด์ ให้สัมภาษณ์หลังเกมที่พา ‘เสือเหลือง’ เอาชนะ ชาลเก้ ในศึกบุนเดสลีกา เพียงแค่ 11 คำโดยเป็นการตอบคำถามคำต่อคำ แล้วก็รีบเดินหนีออกไป

    โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ โชว์ฟอร์มสุดแกร่งแม้จะพักไปราว 2 เดือน โดยเกมนี้เล่นแบบไร้กองเชียร์ในสนาม ซึ่งเจ้าถิ่นได้สองประตูจาก ราฟาแอล เกร์เรยโร่ ส่วนอีกสองประตูได้จาก เออร์ลิง ฮาแลนด์ และ ยูเลี่ยน บรันด์ท ทำให้ ‘เสือเหลือง’ คว้าชัย 5 เกมรวดในลีก พร้อมทำแต้มจี้ บาเยิร์นฯ จ่าฝูงเหลือ 1 แต้มชั่วคราว ในศึกฟุตบอลบุนเดสลีกา เยอรมัน เมื่อวันเสาร์ที่ 16 พ.ค. ที่ผ่านมา

    ซึ่งตามธรรมเนียมปฏิบัติของ ดอร์ทมุนด์ คือจะมีการฉลองร่วมกับแฟนบอลหลังจบเกม โดยเกมนี้พวกเขาก็ยังคงทำแบบเดิม แม้ว่าจะไม่มีแฟนบอลอยู่ในสนามก็ตาม

    หลังจบเกมผู้สื่อข่าวได้เข้าไปสัมภาษณ์ ยอดดาวรุ่งทีมชาตินอร์เวย์ที่ทำได้หนึ่งประตู โดยการพูดคุยใช้เวลาเพียง 26 วินาทีเท่านั้น ซึ่งจากท่าทางของ ฮาแลนด์ แล้วเขาไม่ได้อยู่ในอารมณ์ที่จะให้สัมภาษณ์สักเท่าไหร่ โดยเพียงแค่ตอบคำถามคำต่อคำ และบทสนทนามีดังต่อไปนี้

    นักข่าว : หลังจบเกม คุณและเพื่อนร่วมทีมทั้งหมด ไปที่อัฒจันทร์ฝั่งใต้ ที่มี Yell Wall (หมายถึงเหล่ากองเชียร์ ดอร์ทมุนด์) ทั้งที่วันนี้มันว่างเปล่า ทำไมถึงทำอย่างนั้นล่ะ?
    ฮาแลนด์ : "แล้วไงล่ะ?" (Why not?)

 

    พร้อมกับทำสีหน้าสงสัยแล้วยกคิ้วขึ้น และก็เงียบไปชั่วขณะ

    นักข่าว : เป็นการทำเพื่อส่งข้อความอะไรบางอย่างรึเปล่า?
    ฮาแลนด์ : ใช่ (Yes)

 

    นักข่าว : ช่วยบอกเราได้ไหมว่าเป็นข้อความอะไร?
    ฮาแลนด์ : ไปยังแฟนๆ ของผม ไปยังแฟนๆ ขอเรา (To my fans. To our fans.)

 

    นักข่าว : พวกเขาคือทุกๆ อย่างสำหรับคุณและ โบรุสเซียร์ ดอร์ทมุนด์ ใช่ไหม?
    ฮาแลนด์ : ตามนั้นเลย (It is)

 

    นักข่าว : ขอบคุณมากๆ เป็นเรื่องน่ายินดีที่ได้คุยกับคุณ
    ฮาแลนด์ : ขอบคุณครับ (Thank You)

 

    แล้วจากนั้น ฮาแลนด์ ก็เดินปลีกตัวออกไปอย่างรวดเร็ว

    สำหรับเกมลีกนัดต่อไปของ ดอร์ทมุนด์ จะเจอกับ โวล์ฟสบวร์ก ในวันเสาร์ที่ 23 พฤษภาคม เวลา 20.30 น.

อดีตโค้ชอียิปต์เผยซาลาห์ได้รับการติดต่อจากเรอัลมาดริดจริง

ฮานี่ย์ แรมซี่ย์ อดีตสตาฟฟ์โค้ชทีมชาติอียิปต์เผว่า โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เคยได้รับการติดต่อจาก เรอัล มาดริด เมื่อปี 2018 จริง หลังตอนนั้นเจ้าตัวนำ ลิเวอร์พูล ทะยานเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ศึกแชมเปี้ยนส ลีก และผลงานส่วนตัวในซีซั่นนั้นยอดเยี่ยมเอามาก ๆ

    โมฮาเหม็ด ซาลาห์ กองหน้าของ ลิเวอร์พูล ระเบิดฟอร์มสุดยอดในฤดูกาล 2017/18 โดยซัดประตูในพรีเมียร์ลีก 32 ประตูและแอสซิสต์ได้อีก 10 ครั้ง แต่เจ้าตัวต้องมาอกหักในนัดชิงดำศึกถ้วยใหญ่ยุโรป เมื่อพ่ายต่อ เรอัล มาดริด 1-3 พร้อมกับได้รับบาดเจ็บที่หัวไหล่หลังโดน เซร์คิโอ รามอส เหนี่ยวล้มลงจนเล่นต่อไม่ไหว

    อย่างไรก็ตาม แม้จะได้รับบาดเจ็บแต่ ซาลาห์ ก็ยังมีชื่อติดทีมชาติอียิปต์ ชุดลุยฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซีย และทำประตูได้ 2 ลูกแต่ชาติบ้านเกิดแพ้รวดทุกนัดและกระเด็นตกรอบแบ่งกลุ่มแบบไร้แต้มกลับบ้าน

    ล่าสุด ฮานี่ย์ แรมซี่ย์ ซึ่งเป็นหนึ่งในสตาฟฟ์โค้ชของทีมชาติอียิปต์ ออกมาเผยตนเคยพูดคุยกับ ซาลาห์ ในเรื่องที่ว่า เรอัล มาดริด ติดต่อเข้ามาเพื่อดึงตัวไปร่วมทัพ ระหว่างช่วงเข้าแคมป์เก็บตัวที่ สวิตเซอร์แลนด์ โดยทาง แรมซี่ย์ เผยกับ OnTimes Sports ช่องโทรทัศน์ของอียิปต์ ว่าทั้งสองฝ่ายได้มีการพูดคุยกันจริง "ผมเคยได้คุยกับ ซาลาห์ และเขาก็บอกผมว่า เรอัล มาดริด ยื่นข้อเสนอมาให้เขา"

    "ข้อเสนอนั้นยอดเยี่ยมเอามาก ๆ แต่ ซาลาห์ เข้ามาพูดคุยกับผม และ คุณคูเปร์(กุนซือทีมชาติอียิปต์ในตอนนั้น) ซึ่งเขาก็ตัดสินใจจะอยู่กับ ลิเวอร์พูล เพราะเขาพึงพอใจที่ได้อยู่ที่นี่"

    นอกจากนี้ แรมซี่ย์ ยังเผยว่า ซาลาห์ เป็นคนที่มีความพยายามเอามาก ๆ และมีเป้าหมายที่อยากจะแก้ตัวหลังในศึกแอฟริกัน คัพ ออฟ เนชั่นส์ ทัพมัมมี่ กระเด็นตกรอบ 16 ทีมเมื่อปีที่แล้ว "ซาลาห์ เป็นคนที่ทะเยอทะยาน เขาบอกกับพวกเราว่าต้องการจะคว้าแชมป์ แอฟริกัน คัพ ออฟ เนชั่นส์ 3 ครั้งติด ให้ได้เหมือนที่ อียิปต์ เคยทำได้ติดต่อกัน เมื่อปี 2006, 2008, 2010"

แข้งเป้าหมายลิเวอร์พูลยิงอย่างโหด!ย้อนชม 5 สุดยอดประตูโซโล่เดี่ยวในศึกบุนเดสลีกา2019/20



ถือเป็นการอุ่นเครื่องก่อนรีสตาร์ทศึก บุนเดสลีกา เยอรมัน ประจำฤดูกาล 2019/20 ที่จะเริ่มฟาดแข้งกันในคืนวันพรุ่งนี้แล้ว เลยอยากจะเรียกน้ำย่อยด้วยการย้อนชม 5 สุดยอดการทำประตูสไตล์โซโล่เดี่ยว ตลอดช่วงที่ผ่านมาของฤดูกาลนี้ ซึ่งบอกเลยว่า นักเตะที่กำลังมีข่าวเกี่ยวโยงกับ ลิเวอร์พูล ยิงได้ดุดันเหลือเกิน

 5. อามีน ฮาริต (ชาลเก้ 04) VS ไมนซ์  05 (20 ก.ย. 2019)

นอกจากเป็นประตูชัย 2-1 ของ ชาลเก้ ที่มาได้ในช่วงท้ายเกมแล้ว (นาทีที่ 89) ยังเป็นประตูที่งดงามมากๆ จากแข้งตัวเก่งของทีมอย่าง ฮาริต ที่โชว์ทักษะการครองบอล ก่อนลากเข้าไปยิงไซด์ก้อย ส่งบอลโค้งๆ มุดเข้ามุมล่างประตูอย่างสุดสวย

 4. เอลเลียส สกีรี่ (เอฟเซ โคโลญจน์) VS ไฟร์บวร์ก (31 ส.ค. 2019)

เป็นประตูสำคัญเช่นกัน เพราะมันคือประตูชัย 2-1 ของทัพ "แพะบ้า" ที่มาได้ในนาทีที่ 90+1 โดย สกีรี่ พาบอลลุยมาเองตั้งแต่ตรงกลางสนาม มุ่งหน้าเข้ากรอบเขตโทษ ก่อนยิงแบบจิ้มๆ ด้วยปลายเกือกข้างซ้าย ส่งบอลเข้าไปตุงตาข่าย ชนิดที่แฟนบอลเจ้าถิ่นงงกันทั้งสนาม 

 3. มิลอต ราชิซ่า (แวร์เดอร์ เบรเมน) VS บาเยิร์น มิวนิค (14 ธ.ค. 2019)

แม้เกมดังกล่าว เบรเมน บุกไปพ่าย "เสือใต้" ยับเยินถึง 1-6 แต่ประตูขึ้นนำ 1-0 ของพวกเขาในนาทีที่ 24 บอกเลยว่า ยิงได้โหดมากๆ โดย ราชิซ่า ซึ่งเวลานี้มีข่าวกำลังได้รับความสนใจจาก ลิเวอร์พูล ได้พลิกบอลตรงบริเวณกลางสนาม ก่อนเลี้ยงจี้ เยโรม บัวเต็ง ไปเรื่อยๆ จากนั้นก็ตบเข้าทางขวา และสบโอกาสกดเต็มข้อด้วยเท้าขวาจากระยะประมาณ 20 หลา ส่งบอลพุ่งเสียบใต้คาน ทำเอา มานูเอล นอยเออร์ ยอดนายทวาร บาเยิร์น ถึงหงายหลังเลยทีเดียว

 2. ติอาโก้ อัลกันตาร่า (บาเยิร์น มิวนิค) VS ไมนซ์ 05 (1 ก.พ. 2020)

เกมนี้ บาเยิร์น บุกคว้าชัยด้วยสกอร์ 3-1 โดยที่มีสกอร์นำห่าง 3-0 ตั้งแต่นาทีที่ 26 และไฮไลท์สำคัญคือประตูที่สามของพวกเขาที่ ติอาโก้ โชว์ลีลาสุดพลิ้ว ลากบอลผ่านนักเตะ ไมนซ์ 3 คน ก่อนหลุดเข้าไปกดด้วยเท้าซ้าย ส่งบอลทแยงมุมเข้าไปตุงตาข่ายอย่างสุดสวย

 1. ยาไฟโร่ ดิลโรซุน (แฮร์ธ่า เบอร์ลิน) VS พาเดอร์บอร์น (21 ก.ย. 2019)

ประตูขึ้นนำ 1-0 ในชัยชนะ 2-1 ของทัพ "หญิงชรา" นัดนี้ เรียกได้ว่ามาจากความสามารถเฉพาะตัวของ ดิลโรซุน ล้วนๆ ที่ควบบอลมาเองจากตรงริมเส้นฝั่งซ้าย พาบอลผ่านนักเตะทีมเยือนไม่ต่ำกว่า 3-4 คน ก่อนจบสกอร์ด้วยเท้าซ้าย ส่งบอลเข้าสู่ก้นตาข่าย ซึ่งถือว่าสมราคาที่ทาง bundesliga.com ยกให้เป็นเบอร์ 1 ใน Top 5 การทำประตูแบบฉายเดี่ยวฤดูกาลนี้

เซ็กซี่ทุกอณู เผยผิวใสทะเลมัลดีฟส์

เป็นนางแบบเซ็กซี่แดนโสมที่มาแรงมากๆ ในปีนี้ สำหรับ Shin Jae Eun (ชิน แจอึน) ล่าสุดบินพักผ่อนช่วงปลายปีที่ทะเลมัลดีฟส์ ซึ่งแค่เผยภาพนอนเล่นเบาๆ ยังเล่นเอาไอจีแทบลุกเป็นไฟ

ต้องบอกว่าเป็นนางแบบสาวหน้าใสวัย 23 ปี ที่เป็นที่พูดถึงมากมายในเรื่องของความน่ารักและเซ็กซี่ เพราะไม่ว่าเธอจะถ่ายแบบในคอนเซ็ปต์ไหนก็สร้างเสน่ห์ดึงดูดได้มหาศาล จนขึ้นเป็นขวัญใจของหนุ่มๆ ทั่วเอเชีย ล่าสุดยอดฟอลโลบนอินสตาแกรมของเธอก็ทะลุ 1 ล้านรายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ไม่ทนแล้ว!มัลโม่เตรียมย้ายรูปปั้น “อิบรา” หลังโดนทำลายจนอ่วม

 ไม่ไหวจะทน… สภาเทศบาลเมืองมัลโม่ มีแผนการที่จะย้ายรูปปั้นของ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ไปตั้งที่อื่น หลังโดนทำลายอยู่หลายครั้ง เผยมีเสียงเชียร์ให้ย้ายไปตั้งที่กรุงสต็อคโฮล์ม

    สภาเทศบาลเมืองมัลโม่ ประเทศสวีเดน เตรียมย้ายรูปปั้นของ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช กองหน้าซูเปอร์สตาร์ประจำชาติ ไปตั้งที่อื่น หลังจากที่โดนแฟนบอลป่าเถื่อนสร้างความเสียหายซ้ำแล้วซ้ำเล่า ตามรายงานจาก เดอะ การ์เดี้ยน สื่อชั้นนำของอังกฤษ เมื่อวันเสาร์ที่ 16 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

    รูปปั้นเสมือนจริงของ "อิบรา" ที่สูงเฉียด 2.7 เมตร และหนัก 500 กิโลกรัม ตรงบริเวณข้างนอกสนาม สเวดแบงค์ สเตเดี้ยม รังเหย้าของ มัลโม่ ได้รับการเปิดตัวเมื่อช่วงต้นเดือนตุลาคม ปีที่แล้ว แต่กลับกลายเป็นเป้าโจมตีมาตลอด นับตั้งแต่ อิบราฮิโมวิช ได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในกลุ่มเจ้าของทีม ฮัมมาร์บี้ สโมสรคู่แข่งร่วมลีก

 

    ตัวรูปปั้นของ อิบราฮิโมวิช ถูกกลุ่มคนที่ไม่หวังดี ทำลายอยู่เรื่อยๆ ทั้งโดนพ่นสี, ตัดจมูก, เลื่อยข้อเท้าจนตัวรูปปั้นพังลง จนต้องถูกนำออกไปซ่อมแซมเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา และถูกเก็บไว้ในที่ลับมาตลอดนับจากวันนั้น

    ล่าสุด สภาเทศบาลเมืองมัลโม่ มีแนวคิดที่จะย้ายรูปปั้นของ อิบราฮิโมวิช ไปตั้งที่อื่น และกำลังพิจารณาว่าจะไปตั้งที่ไหน แต่ก็คาดกันว่า น่าจะยังอยู่ในตัวเมืองมัลโม่ เพียงแค่อยู่ห่างจากสนาม สเวดแบงค์ สเตเดี้ยม แม้บางคนเรียกร้องให้ย้ายไปอยู่กรุงสต็อคโฮล์มก็ตาม

    ทั้งนี้ อิบราฮิโมวิช เกิดที่เมืองมัลโม่ และเป็นเด็กปั้นของสโมสร มัลโม่ ก่อนย้ายออกไปโด่งดังกับบรรดาสโมสรยักษ์ใหญในยุโรปอย่าง อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม, ยูเวนตุส, อินเตอร์ มิลาน, บาร์เซโลน่า, เอซี มิลาน, ปารีส แซงต์-แชร์กแมง รวมถึงการย้ายไปค้าแข้งที่ประเทศสหรัฐอเมริกา กับ ลอส แองเจลีส แกแล็กซี่ และปัจจุบันเจ้าตัวได้กลับมาเล่นให้ทัพ "ปีศาจแดง-ดำ" อีกครั้ง