เซเรีย อา คลอดโปรแกรมซีซันใหม่, ยูเว่เปิดหัว รับมือ ลาซามพ์

กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ประกาศโปรแกรมการแข่งขันตลอดฤดูกาล 2020-21 ออกมาเรียบร้อยแล้ว โดยจะลงเตะในช่วงสุดสัปดาห์ที่ 19-20 กันยายน

ปรากฏว่า แชมป์เก่า ยูเวนตุส เปิดรัง อัลลิอันซ์ สเตเดี้ยม เจอกับ ซามพ์โดเรีย

ด้าน อินเตอร์ มิลาน จะออกไปเยือน เบเนเวนโต้ ทีมน้องใหม่ ส่วน เอซี มิลาน จะเล่นในบ้านเจอกับ โบโลญญา

เเละ  ลาซิโอ และ อตาลันต้า สองทีมที่คว้าโควตาแชมเปี้ยนส์ลีกในซีซันก่อน โคจรมาเจอกันตั้งแต่เกม

สำหรับโปรแกรมบิ๊กแมตช์ของฤดูกาลใหม่ โรม่า จะเปิดบ้านรับมือ ยูเวนตุส ตั้งแต่สัปดาห์ที่สอง วันที่ 27 กันยายน และสัปดาห์ที่สาม ม้าลาย เจอศึกหนักต่อเนื่อง กลับไปเล่นที่ ตูริน เจอกับ นาโปลี ส่วน ดาร์บี้ เดลล่า มาดอนนิน่า นัดแรกมาถึงตั้งแต่สัปดาห์ที่ 4 อินเตอร์ มิลาน เจอกับ เอซี มิลาน วันที่ 18 ตุลาคม และกลับโปรแกรมอีกครั้งวันที่ 21 กุมภาพันธ์

ทั้งนี้ จากการเปิดซีซั่นที่ล่าช้า เป็นผลมาจากวิกฤติโควิด-19 ทำให้ เซเรีย อา ต้องจัดโปรแกรมลงในช่วงกลางสัปดาห์ถึง 6 แมตช์ วันที่ 16 ธันวาคม, 23 ธันวาคม, 6 มกราคม, 2 กุมภาพันธ์, 21 เมษายน และ 12 พฤษภาคม

โปรแกรมฟุตบอล เซเรีย อา นัดแรก มีดังนี้

เบเนเวนโต้ VS อินเตอร์
ฟิออเรนตินา VS โตริโน
เจนัว VS โครโตเน
ยูเวนตุส VS ซามพ์โดเรีย
ลาซิโอ VS อตาลันต้า
มิลาน VS โบโลญญา
ปาร์มา VS นาโปลี
ซัสซูโอโล VS กายารี
อุดิเนเซ VS สเปเซีย
เวโรนา VS โรมา

 

จัดหนัก!ส่อง3แผนเชลซีลุ้นแชมป์หลังได้ฮาแวร์ทซ์

เปิด 3 แผนการเล่นของ เชลซี หลังเสริมดุได้ทั้ง ไค ฮาแวร์ทซ์, ฮาคิม ซิเย็ค, ติโม แวร์เนอร์, ติอาโก้ ซิลวา และ เบน ชิลเวลล์ จนหลายคนมองมีลุ้นถึงแชมป์ได้เลย

เชลซี จัดการคว้าตัว ไค ฮาแวร์ทซ์ กองกลางทีมชาติเยอรมัน มาจาก ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น อย่างเป็นทางการแล้ว โดยเซ็นสัญญาร่วมงานกันยาว 5 ปี ส่วนค่าตัวอยู่ที่ราว 71 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,911 ล้านบาท)

 "สิงห์บลูส์" เสริมทัพอย่างหนักหลังได้ทั้ง ฮาแวร์ทซ์, ฮาคิม ซิเย็ค, ติโม แวร์เนอร์, ติอาโก้ ซิลวา และ เบน ชิลเวลล์ รวมทั้ง มาล็อง ซาร์ ปราการหลังดาวรุ่งชาวฝรั่งเศส ทำให้หลายคนมองว่า มีโอกาสลุ้นแชมป์ พรีเมียร์ลีก ได้เลยทีเดียว

แน่นอนว่า การย้ายเข้ามาของนักเตะหลายรายจะส่งผลให้ แฟร้งค์ แลมพาร์ด กุนซือคนหนุ่ม ต้องปรับเปลี่ยนทีมหลายจุดสำหรับฤดูกาลหน้า และนี่คือ 3 แท็กติกที่ เดอะ ซัน สื่ออังกฤษ คาดว่า เชลซี จะนำมาใช้

1. ระบบ 4-3-3

แลมพาร์ด ชอบระบบ 4-3-3 อยู่แล้ว โดย 11 ตัวจริงมี เกปา อาร์ริซาบาลาก้า เฝ้าเสา หลังน่าจะได้รับโอกาสให้พิสูจน์ฝีมือต่อไปในฤดูกาลหน้า

ส่วนแผงแบ็กโฟร์ให้ เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า ยืนแบ็กขวา ขณะที่คู่เซนเตอร์แบ็กใช้ ซิลวา กับ อันโตนิโอ รือดิเกอร์ โดยมี คูร์ท ซูม่า, อันเดรส คริสเตนเซ่น และ ฟิกาโย่ โทโมริ รับบทสำรอง ด้าน ชิลเวลล์ รับหน้าที่แบ็กซ้าย

ขณะที่กองกลาง 3 คนให้ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ทำหน้าที่ตัวรับ ส่วนอีก 2 คนเป็น ฮาแวร์ทซ์ กับ เมสัน เมาท์ โดยที่ มาเตโอ โควาซิช พร้อมสลับสับเปลี่ยนลงสนาม

ด้าน 3 แนวรุกให้ ซิเย็ค ประจำการทางฝั่งขวา ขณะที่ คริสเตียน พูลิซิช เล่นด้านซ้าย โดยมี แวร์เนอร์ ยืนเป็นกองหน้าตัวเป้า

2. ระบบ 4-2-3-1

 แท็กติกนี้ ผู้รักษาประตู และ 4 กองหลังยังเหมือนเดิม ขณะที่ 2 กองกลางที่เล่นต่ำใช้ ก็องเต้ จับคู่กับ โควาซิช โดยมี จอร์จินโญ่ พร้อมสอดแทรกลงมาเป็นตัวจริง

แผนนี้จะให้ ฮาแวร์ทซ์ เป็นตัวทำเกมในบทบาทหมายเลข 10 ขนาบข้างด้วย ซิเย็ค กับ แวร์เนอร์ แล้วใช้ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ยืนเป็นหอกตัวเป้า

3. ระบบ 3-4-3

หาก แลมพาร์ด ปรับเปลี่ยนมาใช้ระบบหลัง 3 คนก็จะเป็นหน้าที่ของ อัซปิลิกวยต้า, ซิลวา และ รือดิเกอร์ ขณะที่ ชิลเวลล์ กับ ซิเย็ค รับบทวิงแบ็ก

ส่วนมิดฟิลด์คู่กลางใช้ ก็องเต้ กับ ฮาแวร์ทซ์ ขณะที่ 3 แดนหน้าให้ พูลิซิช กับ แวร์เนอร์ ยืนอยู่หลัง แทมมี่ อับราฮัม

เด็กมันขอสู้! “เช็ก” ยัน “เกปา” ยังมีอนาคตในถ้ำสิงห์

ปีเตอร์ เช็ก ตำนานผู้รักษาประตูของเชลซี วัย 38 ปี ออกมายืนยันว่านายด่านค่าตัวแพงอย่าง เกปา อาร์ริซาบาลากา ยังคงมีอนาคตกับทีม

เชลซี ทุ่มเงินมหาศาลถึง 71.6 ล้านปอนด์คว้า เกปา มาจาก แอธเลติก บิลเบา เมื่อปี 2018 ซึ่งถือว่าเป็นค่าตัวสถิติโลกในตำแหน่งผู้รักษาประตู

อย่างไรก็ตาม นายด่านชาวสแปนิชวัย 25 ปี กลับทำผลงานได้สวนทางกับค่าตัวอันแสนแพง จนมีข่าวว่าเขาหมดอนาคตในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ และเตรียมถูกขายทิ้งในซัมเมอร์นี้

ล่าสุด เช็ก ที่ปัจจุบันรับหน้าที่ผู้อำนวยการด้านเทคนิคให้สิงห์บลูส์ ยืนยันว่า "สโมสรลงทุนหนักและมอบสัญญาระยะยาวให้เขา (เกปา) เพราะเราเชื่อว่าเขามีคุณภาพและจะประสบความสำเร็จ"

"ไม่มีใครหมดหวังในตัวเขาหรอก เขาก็พร้อมพิสูจน์ตัวเองต่อเช่นกัน ซึ่งทุกคนก็หวังว่าเขาจะมีอนาคตที่ยอดเยี่ยมต่อไป"

เจ้าหนูกรีนวู้ดเลื่อนขั้นใส่เบอร์ตำนานแมนยู

อย่ากดดันนะไอ้หนู! เมสัน กรีนวู้ด เลื่อนขั้นได้ใส่เบอร์ระดับตำนานของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในซีซั่นใหม่ ขณะที่ แบรนดอน วิลเลี่ยมส์ ก็จะเปลี่ยนหมายเลขเช่นกัน

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ประกาศยืนยันผ่านทางเว็บไซต์สโมสรเมื่อวันศุกร์ที่ 4 กันยายน ที่ผ่านมาว่า เมสัน กรีนวู้ด กองหน้าดาวรุ่งดีกรีทีมชาติอังกฤษ จะเปลี่ยนหมายเลขเสื้อจาก 26 ไปใส่เบอร์ 11 ในฤดูกาล 2020/21 ที่ พรีเมียร์ลีก จะเริ่มเปิดฉากฟาดแข้งตั้งแต่วันเสาร์ที่ 12 กันยายนนี้

เจ้าหนูกรีนวู้ด วัย 18 ปี ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในซีซั่นที่ผ่านมา หลังยิงไปถึง 17 ประตู จนถูก แกเร็ธ เซาธ์เกต ผู้จัดการทีมชาติอังกฤษ เรียกไปรับใช้ชาติครั้งแรกแล้ว และเชื่อว่า ในฤดูกาล 2020/21 จะได้รับโอกาสจาก โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือ "ปีศาจแดง" ส่งลงสนามเป็นตัวจริงอย่างต่อเนื่อง

สำหรับเบอร์ 11 ของ แมนฯ ยูไนเต็ด ใน พรีเมียร์ลีก เพิ่งมีคนเคยใส่ก่อนหน้านี้แค่ 3 รายเท่านั้นคือ ไรอัน กิ๊กส์ ตำนานปีกพ่อมดชาวเวลส์, อั๊ดนาน ยานาไซ และ อองโตนี่ มาร์กซิยาล ที่ปัจจุบันใส่หมายเลข 9

ขณะเดียวกัน "ปีศาจแดง" ยืนยันว่า แบรนดอน วิลเลี่ยมส์ แบ็กซ้ายดาวรุ่ง จะเปลี่ยนจากเบอร์ 53 ไปใส่ 33 ในฤดูกาลหน้า ส่วน ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค กองกลางคนใหม่ชาวดัตช์ จะใส่หมายเลข 34

เอเยนต์เผยอาร์เซน่อลเคยสนฟานเดอเบ็คก่อนซบแมนยู

ซย๊าค ซวาร์ต เอเยนต์ของ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค มิดฟิลด์ป้ายแดงของ แมนฯ ยูไนเต็ด บอกว่าที่จริงก่อนหน้านี้ อาร์เซน่อล ก็เคยอยากได้แข้งวัย 23 ปีสุดๆ แต่เสริมว่าการมาอยู่ "ปีศาจแดง" เป็นทางเลือกที่เหมาะสมสุดๆ แล้ว

ซย๊าค ซวาร์ต เอเยนต์ของ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค กองกลางคนใหม่ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดเผยว่า อาร์เซน่อล ก็เป็นอีก 1 ทีมจากศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่เคยให้ความสนใจในตัวดาวเตะวัย 23 ปีอย่างมาก

ฟาน เดอ เบ็ค ตกเป็นข่าวกับหลายทีมดังในทวีปยุโรปในช่วงก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะเป็น แมนฯ ยูไนเต็ด, ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์, บาร์เซโลน่า และ เรอัล มาดริด ก่อนที่สุดท้ายจะเป็น "ปีศาจแดง" ที่ปิดดีลกับดาวเตะชาวดัตช์ได้

 อย่างไรก็ตาม เอเยนต์ของ ฟาน เดอ เบ็ค บอกว่าที่จริง อาร์เซน่อล ก็เคยคิดที่จะดึง ฟาน เดอ เบ็ค ไปร่วมทีมอย่างจริงจังเหมือนกัน แต่สุดท้ายดีลนั้นก็ไม่เกิดขึ้นหลังจากที่ "ไอ้ปืนใหญ่" ไม่สามารถหาเงินมาใช้ในการขอซื้อ ฟาน เดอ เบ็ค ได้

 เอเยนต์ของดาวเตะทีมชาติฮอลแลนด์เผยว่า "แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมอย่างไร้ข้อกังขา ที่จริงมีหลายสโมสรที่เคยให้ความสนใจในตัวเขา อย่างเช่น เรอัล มาดริด, เอฟซี บาร์เ.ซโลน่า, ยูเวนตุส และ อาร์เซน่อล แต่สุดท้ายทีมเหล่านั้นก็ล้มเลิกความตั้งใจไปเพราะปัญหาการแพร่รบาดของเชื้อไวรัสโควิด"

 "พวกเขา (อาร์เซน่อล) อยากได้เขามากๆ แต่พวกเขาไม่สามารถหาเงินมาใช้สำหรับการเสริมทัพได้ แม้กระทั่งบรรดาทีมใหญ่ของโลกก็ยังเจอปัญหาเลย จริงอยู่ว่า อาร์เซน่อล เป็นสโมสรที่ยอดเยี่ยม แต่ ยูไนเต็ด จะเป็นการเดินทางที่น่าสนใจอย่างมาก"

 

คมจัด!คาวานี่กับการซัดแฮตทริกใส่ยูเวนตุส (มีคลิป)

จนถึงตอนนี้ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าอนาคตของ เอดินสัน คาวานี่ กองหน้าชาวอุรุกวัยจะเป็นยังไง โดยที่จริงก่อนหน้านี้เขาเคยส่อแววว่าจะได้ซบ เบนฟิก้า แต่จนแล้วจนรอดเจ้าตัวก็ยังไม่ได้เซ็นสัญญากับทีมไหนเลย

ทั้งนี้ ตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา คาวานี่ แสดงให้เห็นว่าเขามีทักษะการจบสกอร์ที่ยอดเยี่ยม อย่างเช่นในคลิปนี้ที่เขาเคยซัดแฮตทริกใส่ ยูเวนตุส ในตอนที่เล่นให้ นาโปลี มาแล้ว ลองไปดูความเฉียบคมของเขาอีกครั้งดีกว่า

แมนยูมีหวัง?อูปาเมกาโน่รับคุยเรื่องย้ายทีมอยู่

ภายหลังตกเป็นข่าวกับ แมนฯ ยูไนเต็ด อย่างหนักในช่วงที่ผ่านมา ล่าสุด ดาโยต์ อูปาเมกาโน่ ปราการหลัง ไลป์ซิก ก็ยอมรับเองว่ากำลังเจรจาเรื่องความเป็นไปได้ที่จะย้ายทีมกับหลายสโมสร พร้อมบอกว่ายังเหลือเวลาให้ตัดสินใจอีกเยอะ

ดาโยต์ อูปาเมกาโน่ กองหลังคนเก่งของ แอร์เบ ไลป์ซิก สโมสรแกร่งแห่งเวที บุนเดสลีกา เยอรมัน ยอมรับว่ากำลังเจรจากับทีมอื่นๆ อยู่จริง แม้ว่าเขาจะเพิ่งต่อสัญญากับทีมไปเมื่อช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาก็ตาม

อูปาเมกาโน่ ทำผลงานได้โดดเด่นกับ ไลป์ซิก อย่างมาก จนทำให้เขาตกเป็นข่าวกับหลายทีมทั่วทวีปยุโรป อย่างเช่น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, อาร์เซน่อล และ เรอัล มาดริด เป็นต้น แต่พักหลังมานี้ "ปีศาจแดง" คือทีมที่มีข่าวกับแข้งวัย 21 ปีหนักที่สุด ซึ่งตอนแรกหลายคนมองว่ามันน่าจะเป็นเพียงข่าวลือเท่านั้น เพราะปกติแล้วนักเตะที่เพิ่งเซ็นสัญญาจะไม่รีบย้ายออกจากทีม

 "ผมขยายสัญญาของตัวเองกับ ไลป์ซิก ไปแล้วก็จริง แต่ผมก็เป้นเป้าหมายของหลายสโมสรด้วย ตอนนี้ผมกำลังคุยกับสโมสรต่างๆ แต่ผมยังเหลือเวลาอีกเยอะ เราจะรอดูกันว่าอนาคตมันจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง" แข้งวัย 21 ปี ระบุ โดยสัญญาฉบับใหม่ของเขากับ ไลป์ซิก มีผลจนถึงช่วงซัมเมอร์ ปี 2023 จนทำให้ค่าตัวของเขาน่าจะสูงพอตัวหากจะย้ายทีมในช่วงซัมเมอร์นี้

ทางการ! เชลซีปิดดีลคว้า ฮาแวร์ตซ์ ร่วมก๊วน

สิ้นสุดการรอคอยสำหรับสาวก "สิงห์บลูส์" เพราะล่าสุด เชลซี ปิดดีลคว้าตัว ไค ฮาแวร์ตซ์ สตาร์ทีมชาติเยอรมนี มาจาก ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น อย่างเป็นทางการแล้ว ด้านตัวนักเตะรับฝันเป็นจริงที่ได้เล่นให้สโมสรยักษ์ใหญ่เมืองผู้ดี

เชลซี สโมสรมหาเศรษฐีแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประกาศคว้าตัว ไค ฮาแวร์ตซ์ กองกลางดาวรุ่งพุ่งแรงเลือดเบียร์ มาจาก ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น สโมสรดังในศึก บุนเดสลีกา เยอรมัน อย่างเป็นทางการแล้ว เมื่อวันศุกร์ที่ 4 กันยายน ที่ผ่านมา พร้อมเซ็นสัญญาร่วมงานกันยาว 5 ปี

สำหรับค่าตัวไม่มีการยืนยันจากสโมสร แต่ บีบีซี สื่อที่น่าเชื่อถือเมืองผู้ดี ระบุว่า ค่าตัวของ สตาร์ทีมชาติเยอรมนีวัย 21 ปี อยู่ที่ราว 71 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,911 ล้านบาท) ซึ่งถือเป็นนักเตะค่าตัวแพงสุดอันดับสองในประวัติศาสตร์สโมสร เชลซี ต่อจาก เกปา อาร์ริซาบาลาก้า ผู้รักษาประตูชาวสแปนิช ที่ย้ายมาจาก แอธเลติก บิลเบา เมื่อช่วงซัมเมอร์ปี 2018 ด้วยค่าตัว 71.6 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,935.6 ล้านบาท)

 "ผมมีความสุขมากๆ และภูมิใจที่ได้ย้ายมาอยู่ที่นี่ สำหรับผมแล้ว มันคือฝันที่เป็นจริงที่ได้มาเล่นให้กับสโมสรใหญ่อย่าง เชลซี และผมก็อดใจรอไม่ไหวแล้วจริงๆ ที่จะได้เจอกับเพื่อนๆ และเทรนเนอร์ทุกคนของสโมสร ใช่เลย ผมมีความสุขมากจริงๆ ที่ได้มาอยู่ที่นี่" ฮาแวร์ตซ์ เปิดใจผ่านเว็บไซต์ประจำสโมสร

ทั้งนี้ ฮาแวร์ตซ์ ลงเล่นให้ "ห้างขายยา" ไปทั้งสิ้น 150 นัด ทำได้ 46 ประตู

 

รักเพื่อนมากพอๆ กับ ฟาน เดอ เบ็ค! 5 แข้งเลือกใส่เบอร์ 34 เพื่อ นูริ

ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค มิดฟิลด์คนใหม่ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สร้างความประทับใจให้กับหลายฝ่าย หลังจากที่เลือกใส่เบอร์ 34 กับต้นสังกัดใหม่ของเขา โดยเจ้าตัวบอกว่าสาเหตุที่เลือกเบอร์นี้เพราะอยากแสดงความรักที่มีต่อ อับเดลฮัค นูริ อดีตมิดฟิลด์ดาวรุ่งของ อาแจ็กซ์ ซึ่งเคยเป็นเพื่อนร่วมทีมของเขา และเพื่อที่จะได้มีความทรงจำที่ดีๆ ร่วมกับเบอร์ของอดีตเพื่อนรักด้วย หลังจากที่ นูริ เคยใส่เบอร์ 34 ในตอนที่อยู่กับ อาแจ็กซ์
   
สำหรับ นูริ นั้น เป็นข่าวใหญ่พอตัวในโลกลูกหนังเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม ปี 2017 เพราะวันนั้นเขาได้ลงเล่นให้ทีมชุดใหญ่ของ อาแจ็กซ์ ในเกมอุ่นเครื่องกับ แวร์เดอร์ เบรเมน แต่จู่ๆ เขาก็เป็นลมเพราะภาวะหัวใจเต้นผิดปกติ ก่อนที่แพทย์จะตรวจพบว่าสมองบางส่วนของ นูริ ได้รับความเสียหายแบบร้ายแรง แถมยังเป็นความเสียหายแบบถาวรด้วย

ถึงแม้ นูริ จะได้ออกจากห้องไอซียูในวันที่ 27 กรกฎาคมของปี 2017 และสามารถหายใจได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องมือช่วย แต่เขาก็อยู่ในภาวะเจ้าชายนิทรา และไม่สามารถกลับมาเล่นฟุตบอลได้อีก ก่อนที่เมื่อช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมาเขาจะฟื้นจากอาการโคมา และกลับไปอยู่กับครอบครัวที่บ้านได้

นูริ ถือเป็นเพื่อนที่ดีของนักเตะหลายคน เพราะที่จริงนอกจาก ฟาน เดอ เบ็ค แล้วนั้น มันยังมีอีก 5 คนที่เคยเลือกใส่เบอร์ 34 เพื่อเป็นการแสดงความรักที่มีต่อเขาเช่นกัน ลองไปดูกันเลยว่ามีใครบ้าง

 – จัสติน ไคลเวิร์ต
หนึ่งในผลผลิตที่โด่งดังในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาของ อาแจ็กซ์ ไคลเวิร์ต เข้าอะคาเดมี่ของ อาแจ็กซ์ หลังจาก นูริ ได้ 2 ปี รวมถึงได้ขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ช้ากว่าอีกฝ่ายราว 1 ปี และตอนที่ นูริ มีอาการป่วยสุดช็อกนั้น ไคลเวิร์ต ก็เริ่มเป็นที่จับตามองของหลายทีม ก่อนที่สุดท้ายจะย้ายไปอยู่กับ โรม่า ในปี 2018

ทั้งนี้ ด้วยความรักที่มีต่อเพื่อน ไคลเวิร์ต จึงขอเลือกสวมเบอร์เสื้อ 34 ในฤดูกาลแรกของเขากับ โรม่า ซึ่งเจ้าตัวก็ทำได้ 2 ประตู จากการลงเล่น 35 นัดในทุกรายการในซีซั่น 2018-19 แต่พอฤดูกาลต่อมาเขาก็ตัดสินใจเปลี่ยนไปใส่เบอร์ 99 และยังใส่เบอร์นั้นมาจนถึงปัจจุบัน ส่วนเบอร์ 34 ของ โรม่า ในตอนนี้ไร้เจ้าของ

– อามิน ยูเนส
ยูเนส ย้ายจาก โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค ไปอยู่กับ อาแจ็กซ์ ในปี 2015 และแม้ว่าจะไม่ได้เติบโตมาจากอะคาเดมี่ของ อาแจ็กซ์ แต่ช่วงเวลาราว 2 ปีที่ได้ร่วมงานกับ นูริ ในสีเสื้อของ อาแจ็กซ์ ก็ทำให้ ยูเนส รักแข้งรายดังกล่าวไม่แพ้กับนักเตะคนอื่นๆ ของทีมดังแห่งลีกฮอลแลนด์

ด้วยเหตุนี้ ในตอนที่เขาย้ายจาก อาแจ็กซ์ มาอยู่กับ นาโปลี เมื่อปี 2018 ยูเนส ก็ขอเลือกใส่เบอร์ 34 และเขาก็ยังใส่เสื้อตัวดังกล่าวมาจนถึงปัจจุบัน ทั้งที่สมัยอยู่กับ อาแจ็กซ์ เขาถึงขั้นเคยได้เป็นเจ้าของเบอร์ 11 ซึ่งเป็นเบอร์ที่ฮิตกันพอตัว โดยตอนที่เขาย้ายไปอยู่กับ นาโปลี ใหม่ๆ นั้น เจ้าของเบอร์ 11 ก็คือ อดัม อูนาส และหากว่ากันตามตรงแล้ว อูนาส ก็ไม่ใช่นักเตะที่โด่งดังอะไรมากนัก หรือก็คีอจริงๆ แล้วถ้าเกิด ยูเนส อยากจะใส่เบอร์ 11 ของ นาโปลี ในตอนนั้น เขาก็น่าจะได้มันมาครองแบบไม่ยากเย็น แต่เจ้าตัวก็ยังเลือกจะใส่เบอร์ 34 อยู่ดี

– เควิน ดิ๊คส์
กรณีนี้ต่างไปจากพวกสักหน่อย เพราะ ดิ๊คส์ ไม่เคยอยู่กับ อาแจ็กซ์ มาก่อน แต่เขาก็สนิทสนมกับ นูริ ในตอนที่เล่นให้ทีมชาติฮอลแลนด์รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปีด้วยกัน โดยที่ นูริ ถือเป็นดาวเด่นของ ฮอลแลนด์ ชุดนั้นด้วย เพราะทำไป 9 ประตู จากการลงเล่น 19 นัด

 สำหรับ ดิ๊คส์ นั้น ที่จริงเขาบรรลุข้อตกลงย้ายจาก วิเทสส์ อาร์เน่ม ไปอยู่กับ ฟิออเรนติน่า ในปี 2016 โดยตอนแรกเขาเลือกเบอร์ 17 แต่พอเพื่อนซี้ของเขาป่วยหนักในปี 2017 แล้วนั้น เจ้าตัวก็ขอเปลี่ยนไปใส่เบอร์ 34 ของ ฟิออเรนติน่า ในฤดูกาล 2018-19 ซึ่งเป็นตอนที่เขากลับมาจากการเล่นให้ เฟเยนูร์ด ด้วยสัญญายืมตัวแล้ว

แม้ว่าในซีซั่น 2018-19 กับ 2019-20 เขาจะโดนปล่อยไปเล่นแบบยืมตัวกับ เอ็มโปลี และ อาร์ฮุส (ทีมในประเทศเดนมาร์ก) ตามลำดับ แต่ ดิ๊คส์ ก็ยังขอใส่เบอร์ 34 ในตอนที่ไปเล่นกับ 2 ทีมนั้นเช่นกัน

– ฟิลิปป์ แซนด์เลอร์
ก่อนจะไปเล่นฟุตบอลอาชีพกับทีมชุดใหญ่ของ พีอีซี ซโวลล์ ในปี 2016 นั้น แซนด์เลอร์ เคยอยู่กับอะคาเดมี่ของ อาแจ็กซ์ และมันก็ทำให้เขาเคยร่วมงานกับ นูริ อยู่พักหนึ่งเช่นกัน ด้วยเหตุนี้ แซนด์เลอร์ จึงตัดสินใจที่จะขอเบอร์ 34 จาก แมนฯ ซิตี้ ในตอนที่ย้ายมาอยู่กับ "เรือใบสีฟ้า" ในปี 2018 และเขาก็ได้รับเบอร์นั้นทันที

แม้ว่าในฤดูกาลก่อน แซนด์เลอร์ จะโดนปล่อยไปเล่นกับ อันเดอร์เลชท์ ด้วยสัญญายืมตัว แต่เขาก็ยังเลือกใส่เบอร์ 34 เหมือนเดิม จนเป็นการตอกย้ำว่าเขาคิดถึง นูริ เป็นอย่างมาก แม้ว่าจะไม่ได้ร่วมงานกับอีกฝ่ายในทีมชุดใหญ่ของ อาแจ็กซ์ เลยก็ตาม

– โจเอล เฟลท์แมน
เฟลท์แมน เข้าไปอยู่กับอะคาเดมี่ของ อาแจ็กซ์ ตั้งแต่ปี 2001 แล้วจากนั้นก็ได้ขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ในปี 2012 นั่นทำให้เขาเคยได้ร่วมงานกับ นูริ เยอะพอตัว และเขาก็เป็นเหมือนรุ่นพี่ที่ดีคนหนึ่งของอดีตดาวเตะชาวดัตช์

ทั้งนี้ สถานการณ์ของ เฟลท์แมน คล้ายกับ ฟาน เดอ เบ็ค พอตัว เพราะเขาเพิ่งได้ย้ายมาอยู่กับ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน เมื่อช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา หลังจากที่ ไบรท์ตันฯ จ่ายค่าฉีกสัญญาของเขาที่ราว 900,000 ปอนด์ และ เฟลท์แมน ก็ขอเลือกใส่เบอร์ 34 หลังจากก่อนหน้านี้เขาใส่เบอร์ 3 หลายปี

นั่นหมายความว่าในเกมที่ แมนฯ ยูไนเต็ด จะเจอกับ ไบรท์ตันฯ ในซีซั่น 2020-21 นั้น เจ้าของเบอร์ 34 ของทั้ง 2 ทีมก็อาจจะได้โคจรมาเจอกันอีกครั้ง และวันนั้นก็น่าจะเป็นวันที่มีเรื่องให้พูดถึงในระดับหนึ่งเลยทีเดียว

เมสซี่ต้องคิดให้ดี!4แข้งเทพอาร์เจนฯดับสนิทที่พรีเมียร์ลีก

 เป็นที่แน่ชัดว่า ลิโอเนล เมสซี่ ยอดกองหน้าชาวอาร์เจนไตน์ มีความมุ่งมั่นอย่างมากที่จะแยกทางกับ บาร์เซโลน่า ในช่วงซัมเมอร์นี้ และเชื่อกันว่าเป้าหมายของเจ้าตัวคือการย้ายไปโชว์เพลงแข้งในเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่มีกุนซือคนสนิทอย่าง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า คุมทัพอยู่
      อย่างไรก็ตาม… ถึงแม้มีนักเตะเลือด "ฟ้า-ขาว" ดาวดังหลายรายมาประสบความสำเร็จในลีกสูงสุดเมืองผู้ดีอย่าง เซร์คิโอ อเกวโร่, คาร์ลอส เตเวซ และ ปาโบล ซาบาเลต้า แต่ก็มีไม่น้อยเช่นกันที่เทพมาจากที่อื่น แต่ไปไม่รอดในศึก พรีเมียร์ลีก

      และนี่คือ 4 ตัวอย่างที่อาจจะช่วยเตือนสติ เมสซี่ ว่า ที่นี่มันไม่ง่ายเลย

  ฮวน เซบาสเตียน เวรอน

            ตอนพีกๆ สมัยค้าแข้งที่อิตาลีกับ ซามพ์โดเรีย, ปาร์ม่า และ ลาซิโอ เมื่อราว 20 ปีก่อน เวรอน ถือเป็นสุดยอดมิดฟิลด์คนหนึ่งของโลกลูกหนัง ซึ่งอาจจะอยู่ในระดับเดียวกับ ซีเนดีน ซีดาน เลยก็ว่าได้ ทว่าสุดท้ายเจ้าตัวกลับไปไม่รอดในการย้ายมาค้าแข้งในเวที พรีเมียร์ลีก แม้ได้แชมป์ลีก 1 สมัย ตลอดระยะเวลา 2 ฤดูกาลกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (2001-2003) แต่ด้วยความหนักของบอลอังกฤษ ทำให้ เวรอน สู้ไม่ไหว และมีปัญหาบาดเจ็บรบกวนเป็นระยะ จนไม่สามารถเค้นศักยภาพที่แท้จริงออกมาได้ และยิ่งเลวร้ายหนักลงไปอีกกับ 1 ซีซั่นที่อยู่กับ เชลซี (ซีซั่น 2003/04) เพราะฤดูกาลดังกล่าว เวรอน เจอปัญหาบาดเจ็บรุมเร้า จนได้ลงเล่นรวมทุกรายการแค่ 14 นัดเท่านั้น ก่อนคัมแบ็กสู่เวที เซเรีย อา (ย้ายซบ อินเตอร์ มิลาน) ในฤดูกาลต่อมา

กอนซาโล่ อิกวาอิน

           ถือเป็นกรณีตัวอย่างที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่นาน เพราะถึงแม้ที่ผ่านมา อิกวาอิน มีสถิติการทำประตูที่สุดยอดในสองลีกใหญ่อย่าง ลา ลีกา สเปน (เรอัล มาดริด) และ กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี (นาโปลี, ยูเวนตุส รวมถึง เอซี มิลาน) แต่ "เอล ปิปิต้า" กลับล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงเมื่อย้ายมาโชว์เพลงแข้งในเวที พรีเมียร์ลีก กับ เชลซี ภายใต้สัญญายืมตัว ช่วงครึ่งหลังของฤดูกาล 2018/19 เพราะทำได้แค่ 5 ประตูเท่านั้น จากการลงเล่นให้ "สิงห์บลูส์" รวมทุกรายการ 19 นัด แต่ยังดีที่ได้แชมป์ ยูฟ่า ยูโรปา ลีก ติดไม่ติดมือก่อนคัมแบ็กสู่ดินแดนรองเท้าบูท

 อังเคล ดิ มาเรีย

           แน่นอนว่า แฟนบอล "ปีศาจแดง" คาดหวังไว้สูงมาก ตอนที่ได้เห็นยอดปีกทีมชาติอาร์เจนตินาอย่าง ดิ มาเรีย ย้ายจาก เรอัล มาดริด มาสวมยูนิฟอร์ม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เมื่อฤดูกาล 2014/15 ด้วยค่าตัวมหาศาลถึง 59.7 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,447.7 ล้านบาท) แต่ผลงานกลับห่างไกลจากมาตรฐานที่เจ้าตัวสร้างเอาไว้ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่เล่นให้กับ "ราชันชุดขาว" เพราะฤดูกาลดังกล่าวกับ แมนฯ ยูไนเต็ด นั้น เจ้าตัวทำได้แค่ 3 ประตู จาก 27 เกมในลีก แถมไม่ค่อยเป็นที่ชื่นชอบของบรรดาสาวก "เร้ด อาร์มี่" ด้วย ซึ่งสุดท้าย ดิ มาเรีย ก็อยู่กับ "ปีศาจแดง" แค่ปีเดียว ก่อนย้ายซบสโมสรยักษ์ใหญ่ในศึก ลีก เอิง ฝรั่งเศส อย่าง ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ที่ซึ่งทำให้เขากลับมาเล่นได้ท็อปฟอร์มอีกครั้ง และเป็นกำลังสำคัญของ เปแอสเช มาตลอดจนถึงทุกวันนี้

ริคกี้ อัลวาเรซ

           อัลวาเรซ เคยเป็นดาวรุ่งที่น่าจับตามองอย่างมากของวงการฟุตบอลอาร์เจนตินา และนั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้ อินเตอร์ มิลาน ตัดสินใจคว้าเจ้าตัวมาจาก เวเลซ ซาร์สฟิลด์ เมื่อปี 2011 ซึ่งเจ้าตัวก็ทำผลงานได้โอเคกับ "งูใหญ่" ช่วงแรกๆ ก่อนดร็อปลงไป จนถูกปล่อยตัวให้ ซันเดอร์แลนด์ ยืมใช้งานในฤดูกาล 2014/15 แม้เป็นแค่ดีลยืมตัวกับสโมสรที่ไม่ได้ใหญ่อย่าง "แมวดำ" แต่ อัลวาเรซ ก็ถูกจับตามองไม่น้อยกับการย้ายมาเล่นใน พรีเมียร์ลีก แต่บทสรุปคือ "ดับสนิท" เพราะฤดูกาลดังกล่าว เจ้าตัวได้รับโอกาสโชว์ฝีเท้าในเกม พรีเมียร์ลีก แค่ 8 นัดเท่านั้น และทำ 0 ประตู!!! ซึ่งหลังจากนั้นก็ถูก อินเตอร์ ขายไปให้ ซามพ์โดเรีย และปัจจุบันในวัย 32 ปี เจ้าตัวเพิ่งได้ย้ายจาก อัตลาส (ลีกเม็กซิโก) กลับไปเล่นให้ต้นสังกัดแรกในชีวิตอย่าง เวเลซ ซาร์สฟิลด์ อีกครั้งเมื่อเร็วๆ นี้

            …แน่นอน มันอาจจะการันตีไม่ได้ว่า เมสซี่ จะ "รุ่ง" หรือ "ร่วง" หากย้ายมาเล่นในเวที พรีเมียร์ลีก แต่จากข้างบนนี้มันก็เป็นตัวอย่างส่วนหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นว่า ลีกแห่งนี้ไม่ง่ายเสมอไปสำหรับนักเตะที่เคยเป็นตัวท็อปๆ จากลีกใหญ่ที่อื่น